Special Fiction :  My Hero ชุลมุน วุ่น...วาย รักนาย คุณชาย...บอดี้การ์ด [4]

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

"............รัก จียงรักพี่ท้อป ฮึก! เพราะรัก! ถึงทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น แต่ที่จริงจียงก็........ฮึก! จะ เจ็บ ฮึก! เจ็บ..........ฮือออออ มันทุเรศที่สุด! ขยะแขยง.........โง่มาก จียงโง่ ฮือออออ ทำร้ายทั้งศักดิ์ศรีแล้วก็ทำร้ายหัวใจของตัวเอง ฮือออออ พี่ท้อป ขะ ฮึก! ขอ ฮืออออ ขอโทษ"

 

"พระเจ้า..........จียง ที่รัก พี่ก็รัก........รักจียง อย่าร้องไห้นะครับ My love. จียงไม่ได้โง่ ไม่ได้ไร้ค่า ไม่ได้...........ทำร้ายหัวใจของเรา มันจบแล้ว จากนี้ไปจียงจะไม่ทำแบบนั้นแล้วใช่ไหมครับ"

 

(พยักหน้าระรัว) "ไม่ทำ ฮืออออ ไม่ทำแล้ว ฮือออออ พี่ท้อป จียงรัก..........เรารักกันจริงๆ นะ ฮืออออออ"

 

"ครับ รักจริงๆ รักที่สุดเลย! ที่รัก"

 

สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิต ตอนนี้ได้ 'ครอบครอง' แล้ว?

 

มันเป็นยิ่งกว่าฝัน...........เพราะนี่คือความจริง!

 

เขากับจียง เรารักกันจริงๆ อาาาา ขอบคุณพระเจ้า

 

ทว่า ชเวซึงฮยอนคงลืมไปว่าบางครั้ง 'พระเจ้า' ก็ชอบเล่นตลกกับมนุษย์เช่นกัน

 

..................ร่างแกร่งสูงต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกถึงแสงสีแดงที่สะท้อนมาเข้าตา และเมื่อมองเลยร่างบางในอ้อมแขนไปอีกฝั่งถนน หัวใจแกร่งก็ต้องกระตุกเมื่อเห็น 'ใครบางคน' กับ 'อะไรบางอย่าง' ที่ปรากฏขึ้นอย่างกระทันหันและเกือบไม่ทันให้ตั้งตัว ใช่! เกือบ..........แค่เกือบ

 

เคยบอกไว้แล้วใช่ไหมว่าสิ่งมีค่าที่สุดของชเวซึงฮยอนก็คือเชวจียง คุณชายคนกลางผู้แสนดื้อรั้น เอาแต่ใจ หากอ่อนหวานยิ่งกว่าใครทั้งหมดที่เคยพบเจอ และวันนี้..........วินาทีนี้ เขาจะ 'พิสูจน์' ในสิ่งที่เคยให้สัตย์สาบานทั้งต่อเจ้านายและต่อหัวใจของตัวเอง

 

.................ปัง!!

 

".........................................พี่ท้อปปปปปปปปปปปป!!!!!!!!!!!!!!"

 

เชวจียง..........ที่รัก ต่อให้ต้องแลกด้วย 'ชีวิต' แต่ชเวซึงฮยอนคนนี้จะต้องปกป้อง 'หัวใจ' เอาไว้ให้ได้!!

 

ในเวลาเดียวกัน หาก ไกลห่างออกไปคนละฟากฟ้า.............ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ห้องพักของชายหนุ่มนาม เชวดองวุค...............คุณชายคนโตแห่งตระกูล 'เชว'

 

"............................โอ๊ย!!"

 

ร่างโปร่งที่กำลังจะเดินออกไปตรงระเบียงค่อยๆ ทรุดลงกุมไหล่ที่ปวดปลาบจนทนแทบไม่ไหว แล้วพอหันไปมองก็เห็นของเหลวสีเข้มที่ซึมออกมาจากผ้าพันแผลจนเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตตัวบาง.............อาาาาา แผลของเขา

 

"ดองวุค! What happen? Are you o.k?"

 

น้ำเสียงเข้มขรึมของบอดี้การ์ดหนุ่มร่างแกร่งทำให้ดวงตาคู่สีเขียวราวสีของท้องทะเลลึกเหลือบขึ้นมองเสี้ยวหน้าเข้มคมที่กำลังก้มลงมองหยาดเลือดบริเวณหัวไหล่ของเขาด้วยแววตาห่วงใย แล้วดองวุค คุณชายคนโตแห่งตระกูล 'เชว' ก็ถูกบอดี้การ์ดส่วนตัวนาม 'แดนนี่' หรืออิมแทบินประคองพาไปนั่งบนเตียงนอนนุ่มหนา

 

"คุณชายคนโต ทำไมลุกขึ้นมาเดินแบบนี้?"

 

บอดี้การ์ดหนุ่มผู้สวมชุดสูทสีดำขรึมซึ่งไม่เข้ากันเลยกับเส้นผมสีทองโดดเด่นหันไปเอ่ยปากถามคุณชายคนโตด้วยน้ำเสียงดุ แต่แทนที่จะตอบคำถาม คุณชายคนโตผู้มีใบหน้าหวานใสจนผู้หญิงทั่วไปแอบอิจฉาอยู่บ่อยๆ ก็กลับเอื้อมมือไปแตะที่ข้างขมับแกร่งซึ่งยังปรากฏร่องรอยแผลเป็นจางๆ จากเหตุการณ์.........ในครั้งนั้น และนั่นก็ทำให้ดวงตาคู่ดุดันกลับอ่อนแสงลงจนกลายเป็นความอ่อนโยน

 

"ดองวุค เป็นอะไรครับคนดี"

 

"ไม่รู้..........ฉัน มัน.........สังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ พี่แทบิน น้องๆ ของฉันไม่เป็นไรใช่ไหม?"

 

"Don 't worry, My ดองวุค. ที่เกาหลีมีทั้งพี่เบ็คยองกับพี่จินฮวาน คุณหนูจียงกับคุณหนูมินฮวานต้องไม่เป็นไรแน่ๆ ครับ แต่ตอนนี้คุณต้องพักผ่อนแล้ว.........นะครับ คนดี"

 

พูดพลาง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ทำท่าจะให้คุณชายของเขาลงนอนพักผ่อน ทว่า

 

"ไม่เอา! พี่ก็เจ็บ พี่ยังไม่พักเลย..........แผลที่ท้องเป็นยังไงบ้าง?"

 

ถามพลาง ปลายนิ้วเรียวก็เอื้อมไปแตะที่หน้าท้องของอีกฝ่ายแผ่วๆ แต่แค่นั้นก็ยังทำให้กรามแกร่งเผลอขบเข้าหากันเบาๆ และอากัปกิริยาของแทบินก็ไม่สามารถหลุดรอดไปจากดวงตาคมกริบของดองวุคได้

 

"พี่เจ็บแผลยิ่งกว่าฉัน! ทำไมยังไม่ยอมพักผ่อน? อิมแทบิน ฉันขอสั่งให้พี่ถอดเสื้อสูทกับอาวุธออกแล้วนอนลงเดี๋ยวนี้!"

 

".........คุณชายคนโต"

 

ไม่รอให้อีกฝ่ายประท้วงเพราะมือคู่เรียวที่แทบินเองก็รู้ว่า 'แกร่ง' ไม่น้อยไปกว่ามือของเขาได้เอื้อมมารูดเนคไทด์ออกจากลำคอ ก่อนที่เสื้อสูทและกระดุมเชิ้ตขาวแขนยาวจะถูกปลดและถอดออกในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ...............

 

น่าตกใจที่ทั้งช่วงบ่าเรื่อยลงมาถึงแผ่นอกแกร่งและแม้แต่แผ่นหลังของอิมแทบินล้วนแต่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลมากมาย ส่วนหนึ่งมาจากการฝึกฝนต่อสู้และอีกส่วนก็เพราะเขาใช้ 'ทั้งชีวิต' เข้าปกป้องผู้เป็นนายมาแล้วเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน!

 

ตระกูล 'เชว' ที่แสนยิ่งใหญ่ยิ่งมีเงินตราและอำนาจมากมายเพียงใด บุคคลในตระกูลกลับต้องพานพบกับอันตรายมากมายเทียมกัน

 

และนั่นก็คือ 'สิ่งแปลกเปลี่ยน' ที่เขารู้ดีว่าคุณชายทั้งสามไม่เคยต้องการ หาก ก็ไม่สามารถเลี่ยงได้เฉกเช่นเดียวกัน

 

"คุณชายคนโต! You can 't do.........."

 

แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบคำ ปลายนิ้วเรียวที่ลูบไล้ร่องรอยแผลเป็นบนร่างกายของเขาอย่างอ่อนโยนก็เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ริมฝีปาก ก่อนที่ดวงตาคู่สีเขียว สวย.........เศร้า จะเงยขึ้นสบกับดวงตาดุดันของเขา

 

"Don 't say any thing. Please my Taebin, แค่เวลานี้........เท่านั้น พี่..............มองแค่ฉันได้ไหม?"

 

".............ผมไม่เคยมองคนอื่น"

 

"ไม่ใช่มองแบบนั้น! ไม่ใช่..........ฮึก! ชีวิตต้องแลกชีวิตใช่ไหม พี่ถึงจะยอม..........อื้ออออออ"

 

ริมฝีปากหนาที่ทาบทับก่อนบดเบียดลงมาอย่างร้อนแรงทำให้คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายกลับไปในลำคอ แล้วปลายลิ้นอุ่นก็สอดแทรกเข้ามาอย่าง 'ถือสิทธิ์' จนร่างโปร่งถึงกับระทวยซบอยู่ในอ้อมแขนแกร่งที่รอรับอยู่แล้ว..........อย่างที่เคย เนิ่นนาน..........กว่าที่แทบินจะยอมถอนริมฝีปากออกห่าง แล้วชายหนุ่มหน้าเข้มคมก็พูดเสียงขรึมว่า

 

"อย่าพูดแบบนั้นอีก! จะไม่มี 'ชีวิตแลกชีวิต' พี่เคยสาบานเอาไว้แล้วว่า ถ้า..........ปกป้องไม่ได้ ก็ 'ตาย' ไปด้วยกัน!"

 

"ฮึก! พี่แทบิน............ขอโทษ ดองวุคขอโทษ ฮึก!"

 

"เชื่อใจพี่มากกว่านี้! ถึงไม่พูด ไม่แสดงออก แต่ไม่ใช่ว่าผู้ชายคนนี้จะ 'ไม่รัก' นะครับ คุณชายคนโต"

 

จบคำ อ้อมแขนแกร่งก็เข้าโอบกอดรอบร่างโปร่งที่ผวาเข้าซบแผ่นอก ตลอดมา............แรงสะอื้นของเชวดองวุคมีเพียงอิมแทบินเท่านั้นที่ได้สัมผัส ความอ่อนแอนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่มีสิทธิมองดู ส่วนคนอื่น...........อย่าหวัง!!

 

"พี่แทบิน นอนด้วยกันนะ........อย่าดื้อกันทั้งคู่แบบนี้เลย"

 

หลังจากระบายความอ่อนแอจนพอใจแล้ว น้ำเสียงอ่อนอ้อนที่หาฟังได้ยากยิ่งกว่ายากก็ถูกเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วคราวนี้บอดี้การ์ดแสนดุของคุณชายคนโตก็กลับยอมพยักหน้าแต่โดยดี

 

"ตามคำสั่งครับผม คุณชายคนโต"

 

แล้วชายหนุ่มต่างฐานะ หาก หัวใจถูกหลอมรวมจนกลายเป็นดวงเดียวกันก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงหนานุ่ม ก่อนที่นิทราจะเข้ามาครอบงำคนทั้งคู่เอาไว้....................

 

..............กลับมาที่ประเทศเกาหลี (ใต้) ห้องพักของชายหนุ่มนาม อิมจินฮวาน

 

"อะไรนะ! คุณชายดองวุคกับแทบินโดนยิง แล้วทำไมพี่เท็ดดี้ถึงเพิ่งมาบอกฉันล่ะ! พี่ปิดเรื่องนี้เอาไว้ได้ยังไงตั้งสี่วัน!!"

 

"Calm down. จินฮวาน พี่ขอโทษ แต่มันเป็นคำสั่งของคุณชายดองวุคซึ่งพี่ก็เห็นด้วยนะ! ถ้าข่าวเรื่องคุณชายคนโตถูกยิงเล็ดรอดไปเข้าหู 'คนอื่น' เข้า คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น? ยังไงก็ตาม ช่วงนี้ห้ามคุณชายทั้งสองคนออกจากบ้านเด็ดขาด เข้าใจไหม? รวมทั้งพวกบอดี้การ์ดส่วนตัวด้วย............"

 

หาก ยังไม่ทันที่เท็ดดี้ซึ่งต่อสายโทรศัพท์จากอเมริกาด้วยเครือข่ายลับเฉพาะมาถึงเขาจะพูดจบประโยค ร่างโปร่งของจินฮวานก็ลุกพรวดขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด!

 

"ตายห่า!! คืนนี้คุณชายจียงกับชเวซึงออกไปงานเลี้ยงของเพื่อน!"

 

"What? Shitt! นายรีบให้คนไปตามสองคนนั้นกลับมา Now!!"

 

"ครับๆ แค่นี้นะพี่ใหญ่............เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!! ข้างนอกมีใครอยู่วะ! รีบเข้ามาเร็วๆ แก ไปตามตัวน้องรองกับซงซึงมาให้ฉันภายใน 1 นาที ส่วนแก เตรียมรถแล้วก็คนของเราออกไปที่ผับเดี๋ยวนี้ ไป!"

 

สิ้นคำสั่งกราดเกรี้ยวของจินฮวานความวุ่นวายก็เกิดขึ้นแทบจะในทันที............เบ็คยองกับซึงฮยอนถูกตามตัวไปพบพี่คนกลางแห่งตระกูลอิม ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะรีบเดินทางตามขบวนรถยนต์ของบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งซึ่งล่วงหน้าไปที่ผับก่อนแล้วด้วยความรวดเร็ว ทางด้านพี่กลางตระกูลอิมซึ่งไม่ได้ไปร่วมขบวนด้วยก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย ชายหนุ่มหน้าสวยแต่โหดและเหี้ยมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วได้จัดการโทรหาลูกศิษย์คนโปรดอีกคนของเขาเพื่อรับ 'คำสั่งเพิ่มเติม'

 

".........วอนบิน ฟังให้ดีนะ! สิ่งที่ฉันจะสั่งก็คือ................................ถ้าผิดพลาด ฉันจะทรมานแกก่อนแล้วค่อยฆ่าทิ้ง เข้าใจใช่ไหม?"

 

เวลาเดียวกัน ณ ตึกร้างแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบริเวณผับชื่อดังที่คุณชายจียงกับท้อปไปร่วมงานวันเกิดของคุณหนูอึนเฮเท่าไหร่

 

ร่างแกร่งสูงที่แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ ยังคงนั่งพิงร่างบางของคุณชายคนกลางแห่งตระกูล 'เชว' เอาไว้ แต่แม้จะบาดเจ็บและอ่อนแรงจนแทบสลบ บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าหล่อร้ายผู้ผ่านการฝึกมาอย่างทรหดยิ่งกว่าใครกลับยังสามารถรั้งสติของตนไว้ได้ ตอนนี้ ปืนในมือของเขาถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ที่จียงแล้ว.............ทั้งที่ 'สาบาน' เอาไว้แต่เขากลับ............ทำไม่ได้

 

คนที่ควรจะปกป้องด้วยชีวิตต้องเป็นเขาสิ ไม่ใช่จียง!!

 

"จียง ขอร้อง! ปืนนั่น ให้พี่..........."

 

"ไม่! พอที พี่ท้อป เลิกคิดเรื่องหน้าที่หรือศักดิ์ศรีอะไรได้แล้ว! ชีวิตที่ไม่มีพี่............จียงอยูไม่ได้หรอกนะ!"

 

น้ำเสียงกร้าวแข็งของจียงมีเพียงเขาที่รู้ดีว่ามันแอบซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้มากมายเพียงใด ความรู้สึกของเราไม่ต่างกันเลย.........รัก และกลัวที่จะสูญเสียไปจนยอมทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง แต่.............

 

"จียง พวกมันมีมากกว่า อยู่อย่างนี้ไม่รอดแน่ พี่ขอร้อง จียงหนีไปก่อนเถอะนะ เอาปืนของพี่ไปด้วย.........."

 

"ชเวซึง! ถ้านายไม่หยุดพูดฉันจะออกปลุยกับไอ้พวกเวรนั่นเดี๋ยวนี้แหละ!"

 

เพราะคำขู่ที่เขารู้ดีว่าคนพูดไม่ได้แค่ขู่แน่ๆ ทำให้ท้อปจำต้องเงียบเสียงไป แต่ทันใดนั้น เสียงปืนอาก้าก็ดังระรัวขึ้นจนใบหน้าหวานที่แอบมองออกไปด้านนอกต้องรีบหลบกลับเข้ามาหลังกำแพง...........แล้วก็รู้สึกถึงร่างแกร่งที่ผวาเอาตัวเข้ามาบังเขาเอาไว้

 

"ชเวซึง! ถ้านายมาขวางแบบนี้เราได้ตายด้วยกันทั้งคู่แน่!"

 

ตวาดเสียงกร้าวแล้วจียงก็แข็งใจผลักบ่าแกร่งออกแรงๆ ได้ยินเสียงอีกฝ่ายครางออกมาด้วยความเจ็บจนหัวใจเกือบกระตุก แต่เพียงเสี้ยววินาทีคุณชายคนกลางแห่งตระกูล 'เชว' ก็เคลื่อนกายส่วนหนึ่งออกไปนอกที่กำบังเพื่อยิงศัตรูที่พยายามจะเข้ามาใกล้ ไม่เสียทีที่เป็นคุณชายแห่งตระกูล 'เชว' เพราะแม้อาวุธในมือจะไม่อาจเทียบกับอาก้าของอีกฝ่ายได้แต่กระสุนทุกนัดที่ถูกยิงออกไปกลับตรงเป้าราวจับวาง!

 

"เอากระสุนมาอีก"

 

"ครับ"

 

กัดฟันรับคำแล้วท้อปก็หยิบเอากล่องใส่ลูกกระสุนที่พกไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทออกมาส่งให้คุณชายหน้าหวาน แล้วทั้งสองหนุ่มก็ทั้งสู้และถอยไปพลาง จนกระทั่ง

 

"................ต้องโดดแล้วครับ คุณชายคนกลาง"

 

น้ำเสียงเคร่งเครียดของท้อปทำให้ใบหน้าหวานหันขวับกลับไปมองทางด้านหลัง แล้วก็ได้เห็นว่าพวกเขาถอยหนีมาจนถึงขอบตึกร้างแล้ว ทว่า ด้านล่างซึ่งสูงกว่า 3 ชั้นมันเป็นพื้นที่ติดริมแม่น้ำที่กำลังไหลเชี่ยวนี่นา!!

 

"ไม่ได้! จะบ้าเหรอพี่ท้อป ถ้าโดดลงไปแบบนั้นพี่ต้องตายแน่!"

 

ใช่!! ด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัสแบบนั้นแค่ฝืนมาได้จนถึงตอนนี้ก็นับว่าชเวซึงฮยอนเก่งกาจจนเหลือเชื่อแล้ว แต่ถ้าถึงขนาดต้องโดดลงมาจากตึกสามชั้นลงสู่แม่น้ำที่แสนเชี่ยวกรากด้วย มีหวังบอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาต้องถึงตายแน่! แล้วใครจะไปยอมกัน?

 

"เราต้องฝ่าออกไป มันต้องมีสักทางสิ จียงจะ............"

 

"เชวจียง! ฟังนะ.........ได้โปรด 'ชากียา' (ที่รัก) ทำเพื่อพี่ได้ไหม? นะครับ..........พี่รักจียงนะ หัวใจของพี่เป็นของจียง และชีวิตของพี่ก็เพื่อจียงคนเดียวเท่านั้น! ชากียา...........พี่สัญญาว่าจะอดทน เจ็บแค่นี้พี่ไม่ตายหรอก แต่ถ้าชากียาของพี่เป็นอันตราย...........พี่คงทนไม่ไหว ได้โปรด ทำเพื่อพี่สักครั้งได้ไหมครับ?"

 

น้ำเสียงที่ขาดเป็นห้วงๆ เพราะความเจ็บปวดไม่สามารถกลบความแข็งแกร่งของชเวซึงฮยอนได้ ดวงตาคู่คมดุที่จ้องแน่วสบกับดวงตาคู่สีเขียวเข้มมีทั้งประกายวอนเว้าและคาดคั้น มือที่จับกับมือบางแม้แสนอ่อนโยนแต่จียงก็มั่นใจว่ามือคู่นี้จะไม่มีวันปล่อยไปจากมือของเขา อาาาาา พระเจ้า ทำไมท่านถึงได้เลือก 'ลองใจ' พวกเราด้วยวิธีนี้?

 

"ฮึก! ฮืออออออ พี่ท้อป ฮืออออออ อย่าทำแบบนี้ อย่าพูด ฮึก! แบบนี้ ฮือออออ ไม่! จียงทำไม่ได้ ฮืออออออออ"

 

เมื่อกดดันจนถึงที่สุดเชวจียงก็กลับละทิ้งความเข้มแข็งของตัวเองแล้วคุกเข่าอ้อนวอนคนที่ยังไม่ยอมปล่อยมือไปจากเขา ทว่า อีกฝ่ายกลับเอื้อมมือมารั้งร่างบางให้ยืนเสมอกันก่อนที่ริมฝีปากขาวซีดและเย็นเฉียบจนน่าตกใจจะสัมผัสกับกลีบปากของเขาแผ่วเบา หาก แจ่มชัดในความรู้สึกยิ่งกว่าสัมผัสใดๆ ในโลกนี้

 

"ชากียา หลับตานะครับ คนดี..........หลับตา แล้วเชื่อใจพี่............เราจะรอดไปด้วยกัน พี่สัญญา"

 

"ฮือออออออออออ"

 

ทั้งที่กลัวจนแทบขาดใจแต่เมื่อฝ่ามือเย็นชื้นเอื้อมมาปิดดวงตาของเขาเอาไว้ จียงก็ยอมหลับตาก่อนมอบความเชื่อใจทั้งหมดให้คนตรงหน้า..........รับรู้ถึงอ้อมแขนแกร่งที่เอื้อมมาโอบรอบเอวก่อนที่ร่างทั้งร่างจะ...............ละลิ่ว ลอยคว้าง แล้วตกลงไปในสายน้ำที่เชี่ยวกรากและเย็นยะเยียบจนเกือบแข็งชา!!

 

"...........อึ้ก! อึ่ก!"

 

เพียงชั่วครู่จียงก็ผวาเฮือกขึ้นมาเหนือผืนน้ำ แต่แล้ว คุณชายหน้าหวานก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าพื้นที่ข้างกายตนนั้นมีเพียงหยาดเลือดสีแดงจางลอยขึ้นมาเป็นวง หาก คนที่เป็นเจ้าของร่างโชกเลือด...........กลับจมหายลงไปใต้สายน้ำที่แสนกรากเชี่ยว!

 

"พี่ท้อปปปปปปป!!!!!!!!!"

 

กรีดร้องสุดเสียงแล้วจียงก็รีบดำน้ำกลับลงไป ท่ามกลางความมืดมิด เหน็บหนาว และคราบคาวเลือดที่ลอยจาง.............ร่างแกร่งสูงกำลังจมดิ่งลงสู่ผืนน้ำสีเข้ม แต่แล้ว จียงก็ไขว่คว้าจนสัมผัสได้ถึงข้อมือหนาที่เย็นเฉียบพอๆ กับอุณหภูมิของแม่น้ำ แต่กว่าจะฉุดรั้งคนที่ไร้ซึ่งสติให้ลอยตามกันขึ้นไปร่างบางก็ต้องออกแรงมากกว่าปกติจนเกือบทนกลั้นหายใจไว้ไม่ไหว

 

เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อคุณชายคนกลางกับบอดี้การ์ดส่วนตัวโผล่พ้นขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ความเจ็บแปลบที่จู่โจมเข้าตรงบ่าบางก็ทำให้จียงเกือบเผลอปล่อยร่างที่โอบประคองให้กลับจมหายลงไปอีกครั้ง

 

................และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปทางตัวตึกที่โดดลงมาด้วยกันก็เห็นปากกระบอกปืนไรเฟิ่ลติดกล้องส่องกำลังเล็งมาที่พวกเขาทั้งสองคน รอยยิ้มของมัจจุราชปรากฏอยู่ด้านบน โหดเหี้ยม ไร้เมตตา จนต้องถอนสะอื้นออกมาในที่สุด...........จบแล้วสินะ? พวกเรามากันได้แค่นี้จริงๆ ใช่ไหม?

 

พี่ท้อปจียงขอโทษ.........แต่จียงรักพี่นะ

 

ลาก่อน.......พี่ดองวุค น้องมิน

 

แล้วร่างโปร่งก็เคลื่อนเข้าไปกอดพลางเอาร่างของตัวเองเข้าบังคนที่ตอนนี้ไร้ซึ่งสติการรับรู้ใดๆ แม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิตพี่ท้อปของจียงก็ยังหล่อเหลา น่าหลงใหล จนจียงยอมทิ้งทุกอย่างได้เพื่อพี่............เหมือนที่พี่เองก็เคยสาบานเอาไว้

 

ถ้าจะเอาชีวิตแลกชีวิต...........เราสองคนก็มาตายไปพร้อมกันเถอะ

 

...............................................................ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ค่ำคืนนี้มีเรื่องราวหลายหลากเกิดขึ้นในเวลาพร้อมๆ กัน เป็นเหมือนดั่ง 'ลาง' และ 'พรหมลิขิต' ที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ ในช่วงเวลาที่คนตระกูล 'เชว' กำลังเจ็บหนักทั้งกายใจและใจ บอดี้การ์ดส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างต้องพลอยได้รับอันตรายถึงชีวิต เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งร้ายแรงและแสนเศร้า...............

 

หากในเวลาเดียวกัน ทางด้านสองหนุ่มบอดี้การ์ดฝีมือฉกาจฉกรรจ์ คิมจงฮุน กับ โอฮงกี น้องชายแท้ๆ ของบอดี้การ์ดคนเก่ง โอวอนบิน

 

หลังจากเดินทางมาไกลจนแน่ใจว่าจะไม่มีใครนอกจากอาจารย์เบ็คกี้ที่ตามหาพวกเขาพบ จงฮุนก็จอดรถคันเก่าโทรมที่เขาซื้อต่อจากชายชราผู้หนึ่งลงหน้าบ้านไม้หลังเล็กซึ่งซ่อนตัวอยู่ในชายป่ารกครึ้ม แล้วร่างโปร่งที่บาดเจ็บจนไร้สติก็ถูกอุ้มเข้าไปวางบนเตียงคู่หลังเล็กก่อนที่เด็กหนุ่มจะเดินไปควานหาจนเจอตะเกียงกับไม้ขีดเอามาจุดให้แสงสว่างจนพอมองเห็นที่ทางรอบห้อง

 

".............กล่องเครื่องมือแพทย์อยู่นั่นเอง!"

 

พึมพำเบาๆ แล้วบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา คมคายก็เดินไปหยิบเอากล่องปฐมพยาบาลมาวางข้างเตียงก่อนจะก้มหน้าลงสำรวจบาดแผลบนร่างกายของคนที่ยังคงสลบไสลไม่ได้สติ หาก ยิ่งมองเห็นกรามแกร่งก็ยิ่งขบเข้าหากันแน่น

 

ไอ้เด็กเวร! นี่มันเสียสติไปแล้วรึไงถึงได้ยอมทิ้ง 'ศักดิ์ศรี' ให้คนอื่นเหยียบย่ำง่ายๆ แบบนี้!!

 

"เฮ้อ! ให้ตาย!"

 

สบถเบาๆ อีกครั้งแล้วจงฮุนก็ลุกขึ้นไปหาอ่างใบเล็กมาใส่น้ำก่อนจะหยิบเอาผ้าที่วางเก็บอยู่ในตู้มาชุบน้ำแล้วค่อยๆ พยุงร่างโปร่งขึ้นมาให้ใบหน้าซบกับไหล่ ก่อนที่เสื้อนักเรียนเปื้อนเลือดจะถูกถอดออกอย่างช้าๆ เพื่อที่เขาจะได้เช็ดตัวให้ฮงกีได้ถนัด

 

"............อือออออ เจ็บ"

 

หลังจากเช็ดตัวและทำความสะอาดบาดแผลจนเกือบเสร็จแล้ว อยู่ๆ ร่างโปร่งที่ซบใบหน้าอยู่กับบ่าแกร่งก็ครางงึมงำออกมาจนจงฮุนต้องหยุดมือที่กำลังทำแผลลงชั่วครู่ แต่เมื่อฮงกีไม่ได้ทำท่าว่าจะรู้สึกตัวขึ้นมาจริงๆ บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าหล่อก็ลอบถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะจัดการทำแผลบริเวณสะบักหลังด้านซ้ายจนเสร็จสิ้นแล้วจึงวางร่างไร้สติลงบนที่นอน

 

"ทีนี้ก็แผลที่มือ"

 

แต่ก่อนที่จะได้จัดการบาดแผลเหวอหวะ ดวงตาของคนที่สลบไม่ได้สติอยู่หลายชั่วโมงก็เปิดปรือขึ้นจบสบกับดวงตาคู่คมดุสีนิลจัด...............ต่างเงียบกันไปอยู่ครู่ใหญ่ จนกระทั่ง

 

"ที่นี่ที่ไหน นี่คุณลักพาตัวผมมาเหรอ"

 

น้ำเสียงขำๆ แม้จะอ่อนแรงมากกว่าทุกครั้งที่เคยฟังแต่กลับทำให้จงฮุนต้องส่ายหัวแรงๆ ด้วยความระอาปนขัดใจ!

 

"เจ็บหนักจะเป็นจะตายแล้วยังมีแรงปากดีอีกเหรอ ไอ้เด็กเวร!"

 

"โหยยยยย~~~ คำก็เด็กเวร สองคำก็ไอ้เด็กไร้สาระ คุณนี่............เจอผมทีไรก็เอาแต่ด่าๆๆ บ่นๆๆ ไม่เบื่อบ้างรึไง?"

 

คนถูกด่ายังคงทำน้ำเสียงทะเล้นจนคนฟังต้องตีหน้าบึ้งใส่ แต่! ก็ไม่เคยได้ผล! ไอ้เด็กเวรมันไม่เคยกลัวเขาหรอก เกรงใจน่ะใช่ แต่ไม่กลัว!!

 

"ถ้ายังมีแรงปากดีก็อย่าร้องตอนฉันทำแผลให้แล้วกัน"

 

พูดห้วนๆ เพียงเท่านั้นแล้วใบหน้าหล่อเหลา คมคายก็ก้มลงสนใจอยู่แค่หลังมือที่เป็นรอยแผลเหวอะหวะ............แล้วจงฮุนก็ต้องนึก 'ทึ่ง' อยู่ในใจเมื่อตลอดเวลาการทำแผลเขาไม่ได้ยินเสียงร้องครางแม้สักแอะหลุดรอดออกมาจากปากของไอ้เด็ก (เวร) ไร้สาระเลย แต่พอเหลือบตามองก็เห็นใบหน้าคมหวานราวเด็กผู้หญิงกำลังกัดกรามกลั้นเสียงร้องอยู่อย่างสุดความสามารถ

 

อืมมมมมม ก็ 'ใจแข็ง' เหมือนกันนี่! แต่ทำไมคนแบบนายถึงได้ยอมให้ไอ้เด็กนรกพวกนั้นทำร้ายอย่างหมดทางสู้แบบนี้?

 

"เสร็จแล้ว อย่าให้มือโดนน้ำจนกว่าแผลจะหาย"

 

พูดห้วนๆ แล้วร่างแกร่งสูงก็ทำท่าจะลุกออกไปจากห้อง ทว่า

 

"คุณจงฮุน ผม..........ขอร้องอะไรคุณอย่างนึงได้ไหม?"

 

".................."

 

"คือ พี่ชายผม.........อย่าให้พี่ชายรู้นะว่าผมไปมีเรื่องกับใครมา แค่เรื่องนี้เท่านั้น............ได้ไหมครับ?"

 

จบคำขอร้อง แผ่นหลังกว้างที่ทอดสายตามองอยู่นานก็หันกลับมาก่อนที่จงฮุนจะเอ่ยปากถามคำถามกับเขาด้วยน้ำเสียงสุดเย็นชา

 

"ถ้าไม่อยากให้พี่ชายรู้ถึงความอ่อนแอจนน่าสมเพชของนาย แล้วทำไมถึงยอมให้ไอ้เด็กนรกพวกนั้นเหยียบย่ำ ดูถูก 'ศักดิ์ศรี' ถึงขนาดนั้น?"

 

"..................."

 

"ว่ายังไง โอฮงกี ถ้าฉันไม่รู้เหตุผลของนาย คำขอร้องเด็กๆ แบบนั้นฉันคงไม่ขอรับฟัง!"

 

ฮึ้ยยยยย!!!! คำขอร้องเด็กๆ เหรอ? ไอ้คนร้ายกาจ คนเย็นชา คน...........บ้า!!

 

"คุณจะไปเข้าใจอะไรเหตุผลของผมล่ะ! ถึงผมพูดไปคุณก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระอยู่ดี เพราะงั้น............"

 

"เพราะงั้น ถ้านายไม่ยอมบอก 'เหตุผลไร้สาระ' ฉันจะพานายกลับไปหาวอนบิน ให้มันได้รู้ซะบ้างว่าน้องชายตัวเองมันน่าสมเพชแค่ไหน! หึ! ตลกดีนะ พี่ชายเป็นถึงบอดี้การ์ดคนสำคัญแห่งตระกูล 'เชว' แต่กลับปกป้องแม้แต่น้องชายตัวเองก็ไม่ได้.............."

 

คำพูดที่เป็นทั้งคำดูถูก เหยียดหยาม และเย้ยหยัน ทำเอาใบหน้าคมหวานพลันขึ้งเครียดขึ้นทันที! จะด่าว่าเขายังไงก็ยังทนได้ แต่ถึงขนาดพูดจาพาดพิงถึง 'ศักดิ์ศรี' ของพี่ชาย โอฮงกีคนนี้ก็ไม่ขอยอมเหมือนกัน!!

 

"คนอย่างคุณจะไปเข้าใจอะไร! คุณมันไม่มีครอบครัว ไม่มีใครให้ต้องคอยเป็นห่วงนี่ ใช่! ผมมันเป็นเด็กเวร ไร้สาระ น่าสมเพช แต่การที่ผมยอมทำตัวอ่อนแอให้คนในโรงเรียนมันดูถูก เหยียบย่ำ ก็เพราะผมไม่อยากให้พี่ชายต้องมาเป็นห่วง! ถ้าอาจารย์เอาเรื่องที่ผมมีเรื่องกับเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกับคุณชายคนเล็กไปฟ้อง คุณเคยคิดบ้างไหมว่าพี่วอนบินจะรู้สึกยังไง ทุกวันนี้ชีวิตของพี่ชายก็เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้ายอยู่แล้ว ผมน่ะ...........จะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงให้พี่วอนบินต้องมากังวลกับเรื่องของผมหรอก! ไงล่ะ? เหตุผลแบบนี้มันไร้สาระ น่าสมเพชพอรึเปล่า?"

 

จบคำพูดที่เหมือนกับคนพูดเผลอ 'หลุดปาก' ออกมา ภายในห้องเล็กก็กลับเงียบกริบอยู่เป็นครู่ใหญ่ๆ ภายใต้ตะเกียงที่ให้แสงวับแวมฮงกีไม่อาจคาดเดาสีหน้าที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของคนตรงหน้าได้............เย็นชา คนคนนี้ช่างเย็นชาและแทบจะไร้ซึ่งการแสดงออกทางความรู้สึกใดๆ ให้เขาเห็น เป็นอย่างนี้มานานแล้วก็คงจะเป็นตลอดไป

 

นี่เขากำลัง 'หวัง' อะไรอยู่?

 

"งี่เง่าสินะ? เหตุผลแบบนั้นมันงี่เง่า น่าสมเพชมากสินะ? คุณน่ะ............"

 

"นายดูถูกวอนบินมากเกินไปแล้ว"

 

คำพูดเรียบๆ ที่สวนกลับมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวทำเอาฮงกีถึงกับชะงักคำพูดประชดประชันของตัวเอง...........ดูถูกพี่ชายงั้นเหรอ เขาเนี่ยนะ!  หมายความว่ายังไง?

 

"ไม่ใช่แค่วอนบิน แต่นายกำลังดูถูกตัวเองอย่างมากเลยนะ โอฮงกี"

 

"หมายความว่ายังไง! คุณน่ะ........."

 

"การปกป้องตัวเองจากอันตรายกับการทะเลาะวิวาทเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุก มันแตกต่างกันนะ การที่นายยอมให้ไอ้เด็กนรกพวกนั้นทำร้ายร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่ามันก็เหมือนนายกำลังยั่วยุ ส่งเสริมให้เด็กพวกนั้นหลงใหลไปกับความรุนแรงที่ตัวเองก่อขึ้น แทนที่จะหยุดการกระทำของพวกนั้นด้วยกำลังของตัวเองแต่กลับยอมให้มันเหยียบย่ำรังแกเหมือนคนขี้แพ้ ไม่มีศักดิ์ศรี คิดว่าทำแบบนั้นแล้ววอนบินมันจะดีใจรึยังไง?"

 

(หยุดไปชั่วอึกใจ แล้ว.........) "แล้วขอถามหน่อยนะ โอฮงกี..........ถ้าวันนึงไอ้เด็กนรกพวกนั้นมีนไปรังแกคนอื่นเพียงเพราะคิดว่าทุกคนต้องขี้แพ้เหมือนนาย หรือเพียงเพราะมันลำพองกับอำนาจที่มีเหนือนายแล้วก็เลยคิดจะใช้อำนาจนั้นกับคนอื่นบ้าง ถ้าเป็นแบบนั้นนายจะทำยังไง?"

 

คำถามที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินทำให้เด็กหนุ่มหน้าคมหวานถึงกับนิ่งอึ้ง เงียบงัน...........นั่นสินะ! ทำไมเขาถึงไม่เคย 'คิด' ถึงสิ่งที่คิมจงฮุนกำลังตั้งคำถามกับเขา ไม่เลย! เขาไม่เคยคิดแบบนั้นเลยสักครั้ง!!


 
"ถ้าเด็กคนอื่นต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับนายเพราะไอ้เด็กนรกพวกนั้นมันลำพองคิดว่าคนอื่นก็ต้องขี้แพ้เหมือนนายด้วย หรือถ้าเกิดโชคดีสุดๆ ไอ้เด็กนรกพวกนั้นดันไปแหยมผิดคนจนโดนสั่งสอนกลับมาปางตาย..........หรืออาจจะถึงตาย! นายเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างไหม โอฮงกี? ปากก็บอกว่าเป็นห่วงความรู้สึกของพี่ชาย แต่ที่จริงนายมันก็แค่ขี้ขลาดแล้วก็เห็นแก่ตัว นี่เหรอน้องชายของโอวอนบิน บอดี้การ์ดชื่อดังแห่งตระกูล 'เชว' มันสั่งสอนน้องชายให้กลายเป็นคนแบบนี้เองเรอะ? ฉันน่ะ............ผิดหวังในตัวนายจริงๆ โอฮงกี"

 

ผิดหวังในตัวผม?

 

คนอย่างคุณ คิมจงฮุน..........เคย 'หวัง' อะไรกับผมด้วยเหรอ?

 

".............."

 

อาาาาา บ้าที่สุด!!!

 

แค่คำพูดของคนที่ไม่เคยสนิทสนมกันเลยสักครั้ง ก็แค่คำดูถูก เหยียดหยามอย่างที่เคยฟังมาตลอดจากคนที่เขา..........ไม่เคยละสายตาไปได้

 

 

เคยคิดเล่นๆ ว่าบอดี้การ์ดตระกูล 'เชว' ทุกคนช่างแสนเท่ห์ เก่งกาจ น่าชื่นชม โดยเฉพาะพี่ชายกับคิมจงฮุน อายุไม่เท่าไหร่แต่กลับ 'แกร่ง' เกินใคร แถมยังมีตำแหน่งที่แม้แต่บอดี้การ์ดซึ่งอายุมากกว่ายังได้แต่แอบฝันถึง............สองคนนั้นช่างเท่ห์ เก่ง เจ๋ง จนเขาได้แต่แอบชื่นชม ยกย่อง และถึงขนาดยกให้เป็น 'My Hero' อยู่ใจเงียบๆ

 

ใช่! เพราะคำพูดของคนที่เป็น My Hero ที่บอกว่า 'ผิดหวังในตัวเขา' ไอ้น้ำตาบ้าๆ มันก็เลยไหลออกมาไม่หยุด!!

 

"ฮึก!"

 

เสียงกลั้นสะอื้นแม้จะแสนเบาแต่ก็ทำให้จงฮุนต้อง 'นิ่ง' ไปอีกครั้ง.............โอฮงกีร้องไห้เพราะคำพูดของเขา?

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ติดจะต่อแล้วเหรอ?

#9 By กกกกกกก (119.42.123.172) on 2010-01-08 21:12

ก๊อก...ก๊อก...

แวะมาส่งความคิดถึงนะคะ

หายไปนานเป็นยังไงบ้างเนี่ย

ถ้ากลับมาแล้วไปรายงานตัวด้วยนะจ๊ะ

คิดถึงเน้อ.....

#8 By nubeer on 2009-09-04 02:36

ชอบคู่ฮงกีมากมายอ่ะึค่ะ

ต่อเร็วๆนะคะ

#7 By BlueStar on 2009-08-31 19:03

แวะมาทักทาย

คิดถึงค่ะ

ยังมีคนรออยู่นะคะ

ถ้ายุ่งอยู่ก็ไม่เป็นไรไม่ต้องรีบ

รอได้ค่ะ

#6 By nubeer on 2009-08-17 20:31

จะติดตามตอนต่อไปค่ะ ^^~

#5 By WDSWA on 2009-08-10 20:00

รอตอนต่อไปอยู่นะคะ

แล้วจะแวะเข้ามาบ่อยๆนะคะ

คิดถึงค่ะ

เทมจี เทมจี เทมจี

#4 By nubeer on 2009-08-05 20:31

ง่าสน้องโย ทำไมมัน น่าเศร้าทุกคู่เลย

แล้วพี่เทมจะตายจริงเหรอเนี่ย

โอ้ยสงสารจียง แต่คู่แทเว่นแอบมีน่ารักกุ๊กกิ๊กปนอารมณ์เศร้านะเนี่ย

ขำก็โต้ตอบกันภาษาอังกฤษนี่แหละ

คู่ฮงฮุนทำไม ดรุนแรงจังอ่าสน่ากลัว

แล้วนี่ออกครบยังตัวละคร

ตามอ่านเรื่อยๆนะค่ะ

จียง งื้อง่า น่ารักอ่ะ

#3 By osky on 2009-08-01 20:25

T[]T แง้ ซาซึ้ง... *เช็ดๆ*
ฟิคมาแล้ว ฮา~~~ เศร้า

<นึกว่าท่านพี่จะไม่มาบล็อคซาซะแล้ว~
เอนทรี่นั้นซาตั้งใจให้ท่านพี่เลยนะงิ
เพียงแต่ว่าดันเป็นไลท์.... OTL
so sorry จริงๆเจ้าค่ะ เซฟไลท์คุงไปก่อนหนอว...

#2 By o on 2009-07-28 20:39

น่าสงสารอะ

เทมจี

น่าสงสารที่สุด

อุตส่าเข้าใจกันแล้วนะ

ฮือ......ต่อด่วนค่ะ

#1 By nubeer on 2009-07-28 18:44